“ธีรศิลป์”ประกาศศักดา “ออง ตู”รอเวลาทาบรัศมี

12-Dec-2016

“ธีรศิลป์”ประกาศศักดา “ออง ตู”รอเวลาทาบรัศมี

12-Dec-2016

ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์หนึ่งของไทย เจ้าของรางวัลดาวซัลโวฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ สองสมัย จ่อจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนอีกครั้ง หลังจากโชว์ฟอร์มยิงประตูนำอยู่ในการแข่งขันปีนี้

โดยล่าสุด ธีรศิลป์ทำประตูในทัวร์นาเมนต์ปีนี้ นำหน้าโบอาส ซาลอสซ่า ของอินโดนีเซีย และศราวุฒิ มาสุข เพื่อนร่วมชาติ สองลูก และขยับเข้าใกล้สถิติตลอดกาลของ นอห์ อลัม ชาห์ ซึ่งทำไว้ที่ 17 ประตู

การผ่านเข้าชิงชนะเลิศของทีมชาติไทยกับอินโดนีเซีย ทำให้ธีรศิลป์ยังมีอีก 2 เกม สำหรับการทำเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 ประตูเพื่อทาบสถิติตำนานกองหน้าสิงคโปร์

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งเป็นกัปตันทีมชาติในขณะนั้น ได้ทักทายเด็กหนุ่มวัย 19 ปีจากทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด และอีก 9 ปีต่อมา เด็กหนุ่มคนนั้นกลายมาเป็นกำลังสำคัญของทีมช้างศึกภายใต้การคุมทัพของซิโก้ ซึ่งกำลังลุ้นสร้างผลงานเป็นโค้ชคนแรกที่คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ มาครองสองสมัย นับตั้งแต่ ราดอจโก้ อัฟราโมวิช

ส่วนธีรศิลป์ซัดไปแล้ว 5 ประตู ในการแข่งขันการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 โดยเป็นการทำแฮตทริกเกมกับอินโดนีเซียรอบแรก และเหมาอีกสองในรอบตัดเชือกนัดแรกกับเมียนมา

ธีรศิลป์ลงประเดิมสนามในเวทีระดับนานาชาติตั้งแต่อายุ 19 ปี ทำให้บางคนอาจคิดว่านี่อาจเป็นการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ครั้งสุดท้ายของเขา แต่ด้วยวัย 28 ปี เชื่อว่ากองหน้าทีมชาติไทยยังมีช่วงเวลาที่ดีรออยู่อีกหลายปี

ขณะที่ทีมชาติไทยกลับมาประกาศศักดาในเวทีอาเซียนอีกครั้งนับตั้งแต่ซิโก้ เข้ามาคุมทัพ แต่ธีรศิลป์ยังไม่เคยได้สัมผัสแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ เลยสักครั้ง และเจ้าตัวก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะสมหวังในการแข่งขันปีนี้

ด้วยสไตล์การเล่นที่ดูง่ายไม่หวือหวา เช่นเดียวกับชีวิตนอกชีวิตนอกสนาม ทำให้ธีรศิลป์มักถูกเพื่อนร่วมทีมขโมยซีน แต่เขาเป็นกองหน้าที่มีประสิทธิภาพสามารถทำประตูได้จากทั้งในและนอกเขตโทษ

5 ประตูที่ซัดไปในทัวร์นาเมนต์ซูซูกิคัพครั้งนี้ทำให้ธีรศิลป์ จ่อคว้ารางวัลโกลเด้นบูท อีกสมัย ตอกย้ำความเป็นเบอร์ดาวยิงเบอร์หนึ่งของภูมิภาคนี้ ขณะที่กองหน้าทีมคู่แข่งอย่าง ฟิล ยังฮัสแบนด์ และไครุล อัมรี ต่างพากันจอดป้ายรอบแรก คงต้องรอคลื่นลูกใหม่ก้าวขึ้นมาท้าทาย

คนที่ได้รับการจับตามองว่าจะก้าวขึ้นมาทาบรัศมีในอนาคตคือ ออง ตู กองหน้าร่างเล็กวัย 20 ปีของเมียนมา ที่ทำสองประตูในรอบแรกกลุ่มบี ช่วยให้เมียนมา เจ้าภาพผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

Nine years younger at just 20 years of age, Myanmar’s tiny-framed forward Aung Thu helped himself to two goals in Group B to take the co-hosts into the final four.

ออง ตู ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ภายใต้การคุมทีมของ แกร์ด ไซเซ ที่สร้างประวัติศาสตร์พาเมียนมาชุดยู-19 ไปฟุตบอลโลกยู-20 เป็นครั้งแรก

ด้วยความสูง 167 เซนติเมตร บวกความคล่อง ความเร็ว ทำให้ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะต้นแบบของเขา

จากการที่มีแมวมองติดตามดูฟอร์มในระหว่างการแข่งขันรอบแรกของกลุ่มบี ทำให้ ออง ตู คาดหวังว่าจะมีโอกาสได้ไปโชว์ฝีเท้าในลีกต่างแดน โดยเฉพาะในไทยพรีเมียร์ลีก กับโควตานักเตะอาเซียนซึ่งทางไทยลีกจะนำมาใช้ในปี 2018

แม้เส้นทางในการแข่งขันซูซูกิคัพ ปิดฉากลงแล้วที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่แฟนบอลเชื่อมั่นว่าทีมเมียนมาชุดนี้มีอนาคตสดใส

โดยทีมเมียนมาชุดนี้มีผู้เล่น 19 คนจาก 23 คน ที่อายุต่ำกว่า 24 ปี ขณะที่ คยอ โค โค กองหน้าคนดังหวังจะกลับมาสู่ทีม ทำให้ได้รับการจับตามองถึงพัฒนาการในอีก 10 ปีข้าง

การก้าวขึ้นมาของ ออง ตู ทำให้คยอ โค โค ต้องเค้นฟอร์มยกระดับเกมการเล่นของตัวเองเพื่อตำแหน่งในทีมชาติ และหากสิ่งที่ ราดอจโก้ อัฟราโมวิช อดีตกุนซือเมียนมาทำนายไว้เป็นจริง ออง ตู มีโอกาสประกาศศักดาในการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ครั้งต่อๆไป

“ผมเห็น ออง ตู ครั้งแรกเขาเป็นนักเตะที่มีความพิเศษ มีพรรสวรรค์สูง และสามารถจะพัฒนาก้าวขึ้นเป็นกองหน้าระดับท็อปของเมียนมาในอนาคต ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2-3 ครั้งถัดไปน่าจะเป็นช่วงเวลาของเขา” ราดอจโก้ กล่าว

ดังนั้นในขณะที่กำลังรอการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติไทยกับอินโดนีเซีย แฟนบอลหลายคนอาจได้เป็นสักขีพยานการแจ้งเกิดของว่าที่ดาวยิงระดับแนวหน้าของวงการลูกหนังอาเซียนที่ชื่อ ออง ตู

อีกไม่นานคงถึงเวลาของ ออง ตู แต่ตอนนี้ ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมชาติไทย ยังเป็นกองหน้าจอมถล่มประตูหมายเลขหนึ่งของอาเซียน และใกล้สมหวังคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพเป็นครั้งแรก

 

AFF Suzuki Cup Sponsors