ประวัติความเป็นมาของการแข่งขัน


กระแสความนิยมและชื่อเสียงของการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ หรือศึกชิงแชมป์อาเซียน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากจำนวนแฟนบอลที่หลั่งไหลเข้าชมเกมเต็มความจุสนามในการแข่งขันครั้งล่าสุดปี 2012 และหลายล้านคนชมการถ่ายทอดทางทีวี ก่อนสิงคโปร์ ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 4 กลายเป็นชาติที่ได้แชมป์มากที่สุด

ศึกลูกหนังรายการนี้จัดทุกสองปี จัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1996 โดยใช้ชื่อ“ไทเกอร์ คัพ” ก่อนเปลี่ยนมาเป็น “อาเซียน ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ” และจากนั้นในปี 2008 การแข่งขันใช้ชื่อ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” ตามผู้สนับสนับหลัก “ซูซูกิ”

ในการชิงชัยครั้งล่าสุดของ 8 ชาติชั้นนำอาเซียน ซึ่งเตะกัน 18 นัด ทำประตูรวม 148 ประตู ปิดฉากด้วยสำเร็จของ สิงคโปร์ ประกาศศักดาครองความเป็นเจ้าแห่งฟุตบอลอาเซียน หลังเอาชนะทีมชาติไทยด้วยประตูรวม 3-2 ในรอบชิงชนะเลิศ (3-1, 0-1)

เส้นทางผ่านเข้าชิงชนะเลิศของพวกเขาเริ่มจากการสร้างความตื่นตะลึงถล่มมาเลเซีย ทีมเจ้าภาพและแชมป์เก่า 3-0 ก่อนสะดุดแพ้อินโดนีเซีย 0-1 และมาเฉือนชนะลาวอย่างสุดระทึก 4-3 ในนัดสุดท้ายของรอบแรก

จากนั้นในรอบรองชนะเลิศซึ่งแข่งแบบเหย้า-เยือน ไครุล อัมรี ซัดประตูโทนและเป็นประตูชัยให้สิงคโปร์เฉือนชนะฟิลิปปินส์ กรุยทางผ่านเข้าชิงชนะเลิศกับทีมชาติไทยที่ดับฝันมาเลเซียด้วยประตูรวม 3-1 (1-1, 2-0)

ราดอจโก้ อัฟราโมวิช โค้ชชาวเซอร์เบีย ยืนยันสิงคโปร์คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์ และเป็นทีมที่ดีที่สุดของอาเซียน โดยกล่าวให้สัมภาษณ์หลังจบเกมรอบชิงชนะเลิศนัดที่สองที่สนามศุภชลาศัยว่า “ทำไมเราจะเรียกตัวเองว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดของภูมิภาคนี้ไม่ได้ ผมคิดว่าเราคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์ เราคุมเกมได้เหนือกว่าในนัดแรกที่สิงคโปร์ และยิงได้มากพอที่จะเป็นแชมป์”

“เป็นการแข่งขันที่ยาวนาน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว สองทีมที่ดีที่สุดก็ได้ผ่านเข้ามาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ และผมไม่คิดว่าไทยคือผู้แพ้ พวกเขาพยายามอย่างดีที่สุดแล้วในค่ำคืนนี้ที่กรุงเทพฯ แต่เราก็ทำดีที่สุดในการแข่งขันที่สิงคโปร์เช่นกัน ซึ่งเราชนะพวกเขาได้ และพวกเขาก็ชนะเราที่กรุงเทพฯ”

สำหรับการแข่งขันครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อปี 1996 ถือเป็นสองสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับวงการฟุตบอลอาเซียน แฟนบอลแห่เข้าชมเกมในสนามกีฬาแห่งชาติของสิงคโปร์อย่างล้นหลาม และอีกหลายล้านดูถ่ายทอดทางทีวี

การชิงชัยครั้งนั้น ทีมชาติไทยซึ่งถูกยกให้เป็นทีมเต็งคว้าแชมป์ไปครอง ด้วยการชนะมาเลเซีย 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ เป็นการปูทางการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นสะกดสายตาแฟนๆทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความนิยมจากแฟนบอลเพิ่มสูงขึ้นในสองปีต่อ ซึ่งจัดที่เวียดนาม คลื่นฝูงชนทะลักเข้ามาชมเกมในรอบรองชนะเลิศ ก่อนเวียดนามถล่มไทย แชมป์เก่า 3-0 แต่ทีมเจ้าภาพไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ทำเอาแฟนบอลทั้งประเทศต้องผิดหวังสุดๆหลังพ่ายต่อสิงคโปร์ 0-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งการแข่งขันปีนั้นถือว่ามีเหตุการณ์ช็อกที่สุดมาจนถึงทุกวันนี้

ในปี 2000 ทีมชาติไทยกลับมาครองความยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพครั้งแรก โดยมี“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กองหน้าคนดังนำทีมโชว์ฟอร์มหรูชนะคู่แข่งอย่างไม่ยากเย็นทั้ง 5 นัด โดยในรอบชิงชนะเลิศที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วรวุฒิ ศรีมะฆะ ทำแฮตทริกให้ไทยถล่มอินโดนีเซีย 4-1 คว้าแชมป์สมัยที่สอง

การแข่งขันในปี 2002 ถือว่าสูสีที่สุด ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้อย่างเฉียดฉิวหลังจากแพ้มาเลเซีย 1-3 และเสมอสิงคโปร์ 1-1 ในรอบแรกของสาย ส่วนในรอบชิงชนะเลิศกับอินโดนีเซีย ทีมเจ้าภาพที่สนามเกโรล่า บังการ์โน่ สเตเดี้ยม ในกรุงจาการ์ตา ไทยออกนำก่อน 2-0 ในครึ่งแรก อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซีย ไล่ตามตีเสมอได้ จนต้องไปวัดดวงด้วยการดวลจุดโทษตัดสินแชมป์ และไทยยิงแม่นกว่าเป็นฝ่ายชนะไป 4-2

แต่ในปี 2004 ทีมชาติไทยที่มีลุ้นทำสถิติคว้าแชมป์สามสมัยติดต่อกัน ส่งแข้งสายเลือดใหม่ลงแข่งขัน และไม่ประสบความสำเร็จ โดนเขี่ยตกรอบแรกที่มาเลเซีย ส่วนเจ้าภาพร่วมอย่างเวียดนาม ก็ไม่สามารถผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้เช่นกัน โดยเป็นเมียนมาร์ที่เข้าไปตัดเชือกกับสิงคโปร์ และอีกคู่มาเลเซียเจอกับอินโดนีเซีย

สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศซึ่งเปลี่ยนมาแข่งแบบเหย้า-เยือน และสิงคโปร์ ทำได้เหนือกว่าทั้งสองนัด คว้าชัยได้ด้วยประตูรวม 5-2 (3-1, 2-1) ครองแชมป์สมัยที่สอง

หลังจากนั้น สิงคโปร์ ภายใต้การคุมทัพของอัฟราโมวิช กลับมาป้องกันแชมป์ได้สำเร็จในช่วงต้นปี 2007 โดยเอาชนะทีมชาติไทยด้วยประตูรวม 3-2 ในรอบชิงชนะเลิศ

ในการแข่งขันปี 2008 เวียดนามดับฝันเต็งหนึ่งอย่างทีมชาติไทย พร้อมผงาดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เป็นครั้งในประวัติศาสตร์อย่างสุดระทึก โดยได้ประตูสำคัญช่วงทดเวลา 3 นาที ในรอบชิงชนะเลิศนัดที่สองที่สนามกีฬาแห่งชาติมายดินห์ จากแข้งซูเปอร์สตาร์ของทีมนั่นคือ เล คอง วินห์ แฟนบอลทั้งประเทศได้ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง

โกลเด้นบอยของเวียดนาม ทำประตูตีเสมอทีมชาติไทย 1-1 ส่งผลให้เวียดนามคว้าแชมป์ไปครองด้วยประตูรวม 3-2 หลังบุกไปสร้างเซอร์ไพร์สยบไทยถึงถิ่น 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศนัดแรก

“เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ความแตกต่างของเวียดนามชุดนี้กับทีมในอดีตที่ผ่านมาคือ พวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวเอง และสู้สุดใจจนวินาทีสุดท้าย” เอ็นริเก้ คาลิสโต้ โค้ชทีมเวียดนามเปิดใจหลังคว้าแชมป์

ส่วนในปี 2010 เป็นความสำเร็จของแข้งหนุ่มทีมชาติมาเลเซีย ทำผลงานได้ดีที่สุดในรายการนี้ โดยไฮไลต์คือเกมสยบเวียดนาม แชมป์เก่า 2-0 ในรอบรองชนะเลิศนัดแรก ก่อนมาชนะอินโดนีเซีย ด้วยประตูรวม 4-2 ในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้แฟนบอลได้ออกมาฉลองอย่างชื่นมื่นทั่วประเทศ

ขณะที่ราจาโกปาล โค้ชทีมเสือเหลืองเผยว่า “ผมภูมิใจมากจริงๆ ภูมิใจมากกับเด็กหนุ่มชุดนี้ เพราะทำผลงานได้อย่างสุดยอดให้กับประเทศของเรา”

การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปีนั้นยังมีประเด็นให้พูดถึงเมื่อแชมป์ 3 สมัยทั้ง ทีมชาติไทย และสิงคโปร์ ต่างไม่ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ส่วนทีมที่มาจากรอบคัดเลือกอย่าง ฟิลิปปินส์ และลาว โชว์ฟอร์มสร้างเซอร์ไพรส์ได้น่าประทับใจ


#AFFSuzukiCup


AFF Suzuki Cup Top 10 Goals
20-Dec-2016
AFF Suzuki Cup Veterans
20-Dec-2016
AFF Suzuki Cup Youngsters
20-Dec-2016
Match highlights: Thailand 2-0 Indonesia
17-Dec-2016


Suzuki logo AEON Logo Ajinomoto logo Epson logo GT Radial logo Konica Minolta logo Toshiba logo Nikon logo Mitre logo Kumon logo Hyundai Heavy Industries logo Family Mart logo