ย้อนรอยการแข่งขันปี 2012


ศึกลูกหนัง เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 รายการที่ได้รับความนิยมและมีแฟนบอลติตามมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงเป็นเวทีสานต่อเจตนารมณ์ของสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนจัดการแข่งระดับแนวหน้า ที่เน้นความสำคัญในการเป็นสังเวียนโชว์ฝีเท้าสำหรับยอดนักเตะ และปั้นดาวดวงใหม่ขึ้นประดับวงการ รวมทั้งกลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟนกีฬาตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน

โดยมี 8 ชาติชั้นนำในอาเซียนร่วมบรรเลงเพลงแข้งชิงความเป็นเจ้าลูกหนังของภูมิภาค แข่งขันกันทั้งสิ้น 18 นัดซึ่งเต็มไปด้วยความเข้มข้นเร้าใจ ทำประตูรวมเบ็ดเสร็จ 48 ประตู

แฟนบอลหลายหมื่นคนเข้าไปชมเกมเต็มความจุของสนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เช่นเดียวกับสนามจาลัน เบซาร์ ในสิงคโปร์ ขณะที่อีกหลายล้านคนติดตามชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทุกนัด และเกาะติดข่าวสาร บทความต่างๆในหน้าหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์

หนึ่งในจำนวนหลายพันบทความเกี่ยวกับการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เขียนโดย ดาร์เรน กูน ในเว็บไซต์ www.asianfootballfeast.com ในชื่อหัวข้อว่า "ทำไม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ จึงมีความสำคัญ"

มีตอนหนึ่งระบุว่า: ".การแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ยังเปิดโอกาสให้แฟนๆได้สังเกตติดตามและชื่นชมลีลาของยอดนักเตะฝีเท้าจัดจ้านในภูมิภาคอาเซียน เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่มากนอกเหนือไปจากในประเทศของตัวนักเตะเอง ที่เคยได้ยินและคุ้นกับชื่อผู้เล่นอย่าง ไซฟุล อิซาห์ กองหลังสิงคโปร์ หรือ ธีราทร บุญมาทัน ของทีมชาติไทย ก่อนการแข่งขันเริ่มฟาดแข้ง แต่กลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงภายในเวลาหนึ่งเดือน”

"... ตลอดการแข่งขันและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งเดือนดังกล่าวอาจไม่ได้มีผลอะไรมากนักในเวทีโลก แต่อิทธิพลของการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในภูมิภาคนี้ นับวันยิ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้น ถ้าคุณไม่ได้เป็นแฟนรายการนี้มาก่อน ตอนนี้อาจเป็นแล้ว"

สำหรับการแข่งขันในปี 2012 สิงคโปร์ผงาดครองความเป็นเจ้าแห่งฟุตบอลอาเซียนเป็นสมัยที่ 4 ต่อจากปี 1998, 2004 และ 2007 โดยเอาชนะทีมชาติไทยด้วยประตูรวม 3-2 ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ลุ้นระทึกสองนัดเหย้า- เยือน และพวกเขาได้รับการต้อนรับราวกับราชาเมื่อกลับถึงบ้านเกิด

เป็นตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สำหรับชาติสมาชิกอาเซียน โดยหลังเดินทางถึงบ้านเกิดมีแฟนบอลชาวสิงคโปร์พาเหรดมาต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ก่อนแข้งราชสีห์ขึ้นรถบัสสองชั้นเปิดประทุนแห่ฉลองถ้วยแชมป์จากสนามบินไปรอบๆเมืองผ่านถนนออร์ชาร์ด ถนนย่านธุรกิจ แหล่งช็อปปิ้งสายสำคัญ กระทั่งไปจบที่สนามจาลัน เบซาร์ ซึ่งมีกองเชียร์มารอฉลองจำนวนมาก

ถัดจากนั้นอีกสองสัปดาห์นักเตะสิงคโปร์และราดอจโก้ อัฟราโมวิช โค้ชชาวเซอร์เบียที่เตรียมอำลาตำแหน่งได้รับเกียรติจากประธานาธิบดีโทนี่ ตัน เค็ง ยัม เปิดทำเนียบที่อิสตานาเลี้ยงฉลองความสำเร็จ พร้อมมอบ ของที่ระลึกให้กับอัฟราโมวิช และชาห์ริล อิสฮัค กัปตันทีมชาติ

ระหว่างงานเลี้ยงฉลองที่อิสตานา ยังมีบุคคลสำคัญทางการเมืองและในคณะรัฐบาลของสิงคโปร์รวมถึงไซนูดิน นอร์ดิน ประธานสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ (เอฟเอเอส) ร่วมยินดีกับเหล่านักตะและสต๊าฟโค้ชด้วย

ในส่วนของ ชาห์ริล อิสฮัค ฉลองสองเด้ง โดยได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหรือเอ็มวีพี ของการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ก่อนขึ้นรับถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตันทีมที่กรุงเทพฯ

เขาเป็นผู้ทำประตูสูงสุดในรอบแรกหรือรอบแบ่งกลุ่ม ซัด 4 ประตูสำคัญช่วยให้สิงคโปร์ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่มบี และได้รับการยกย่องอย่างมากจาก อัฟราโมวิช โค้ชของทีม

อัฟราโมวิช ซึ่งเคยนำทีมสิงคโปร์คว้าแชมป์มาก่อนหน้านี้แล้วในปี 2004 และ 2007 กล่าวถึงแข้งรายนี้ว่า "ซาห์ริล มีส่วนสำคัญมากกับทีม จากประสบการณ์ ความสามารถ บวกเทคนิค และการมีส่วนร่วมในฐานะกัปตันของเขา ผมคิดว่าเขาได้ทำผลงานยอดเยี่ยม”

“เขาอาจโชคร้ายเล็กน้อย เพราะในสองนัดสุดท้ายผมขอให้เขาไปช่วยในแผงมิดฟิลด์ และในฐานะกัปตันทีม เขาก็ทำหน้าที่ในส่วนนั้นได้ดี”

ด้านชาห์ริล ระบุว่า การคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าถือเป็นโบนัส นอกเหนือจากการกลายเป็นกัปตันทีมสิงคโปร์คนที่สามต่อจาก นาซรี นาเซอร์ (ปี 1998) และไอเด อิสกันดาร์ (ปี 2004 และ 2007) ที่ได้ขึ้นชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน

“ผมไม่ได้คิดถึงรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าเลย ในหัวของผม มีแต่เรื่องการคว้าแชมป์เท่านั้น และต้องการนำแชมป์กลับบ้านให้ได้ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด และการได้รางวัลเอ็มวีพีถือเป็นโบนัสที่ยอดเยี่ยมสำหรับผม” ดาวเตะวัย 28 ปีซึ่งอยู่ในทีมสิงคโปร์ชุดคว้าแชมป์ปี 2004 และ 2007 ด้วยเผยอีกว่า “ครั้งนี้มีความพิเศษมาก เพราะผมเป็นกัปตันทีม และมุ่งมั่นต้องการนำทีมทำผลงานให้ดี การได้เป็นหนึ่งในกัปตันทีมที่ได้ขึ้นรับถ้วยในครั้งนี้เป็นเรื่องที่สุดยอดมาก”

“ขณะเดียวกันถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับอาชีพค้าแข้งของผม ผมลงเล่นครบ 100 นัดกับทีมชาติในเกมพบกับลาว และปิดฉากการแข่งขันด้วยการนำทีมขึ้นรับแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ”

ส่วนธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทยครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ด้วยจำนวน 5 ประตู ได้รับการจารึกชื่อติดทำเนียบร่วมกับดาวดังซึ่งรวมถึง ซาฟี ซาลี ของมาเลเซีย (5 ประตูในการแข่งขันปี 2010) และ บัมบัง ปามุงกาส ของอินโดนีเซีย (8 ประตูในปี 2002)


#AFFSuzukiCup


AFF Suzuki Cup Top 10 Goals
20-Dec-2016
AFF Suzuki Cup Veterans
20-Dec-2016
AFF Suzuki Cup Youngsters
20-Dec-2016
Match highlights: Thailand 2-0 Indonesia
17-Dec-2016


Suzuki logo AEON Logo Ajinomoto logo Epson logo GT Radial logo Konica Minolta logo Toshiba logo Nikon logo Mitre logo Kumon logo Hyundai Heavy Industries logo Family Mart logo